Time Bomb

ref: matichon

ปราสาท​เขา​พระวิหาร​ ​อาจ​เป็น​ระ​เบิดเวลา

โดย​ ​ธงชัย​ ​วินิจ​จะ​กูล

1.

ธรรมชาติของเส้นเขตแดนแบบสมัย​ใหม่​ระหว่างประ​เทศไทย​กับ​ประ​เทศเพื่อนบ้านเปรียบเสมือนระ​เบิดเวลา

เส้นเขตแดนทุกแห่ง​ใน​ทุกวันนี้สืบทอดมรดกมา​จาก​การเมืองแบบก่อนสมัย​ใหม่​ซึ่ง​ไม่​สนใจการแบ่งพรมแดน​ด้วย​เส้นชัดเจนต่อ​เนื่อง​ไปตลอดแนว​ ​แถม​ยัง​อยู่​ได้​ด้วย​สภาวะที่อำ​นาจอธิปไตยเหนือดินแดนซ้อนทับกำ​กวมเกินกว่าครึ่งของแนวพรมแดน​ทั้ง​หมดของสยาม

เขตแดนสมัยก่อน​ส่วน​มากแค่กำ​หนดแนว​จาก​จุดหนึ่ง​ถึง​อีกจุดหนึ่ง​ ​ไม่​จำ​เป็น​ต้อง​ต่อ​กัน​ตลอดพรมแดน​ ​บ้าง​เป็น​แค่หลักหมาย​ ​หลายแห่งคลุมเครือ​ ​หัวเมืองชายแดนมักอ่อนน้อมต่อเจ้าหลายฝ่ายพร้อมๆ​ ​กัน​ ​ตลอดแนวพรมแดนสมัย​ใหม่​จึง​มีบริ​เวณที่​ไม่​ชัดเจนทะ​เลาะ​กัน​ได้​ไม่​รู้จบ​อยู่​เต็มไปหมด

นี่​ยัง​ไม่​นับอีกปัจจัยคือ​ ​สภาพพื้นที่​ ​ลำ​น้ำ​ ​ดอนทราย​ ​ชายฝั่ง​ ​แม้​แต่​แนวปันน้ำ​สามารถ​เปลี่ยนแปลง​ได้​ภายหลังตกลงเขตแดนไป​แล้ว​ใน​ครั้งก่อนๆ

2.

เขตแดนแบบชัดเจน​และ​อธิปไตยเหนือดินแดนแบบ​ไม่​กำ​กวม​ ​เป็น​ความ​ปรารถนาของโลกสมัย​ใหม่​ ​เกิดขึ้น​ใน​ภูมิภาคนี้​แค่ประมาณ​ 100-130 ​ปีมานี้​เอง

การถกเถียงเรื่องเขตแดน​ ​อ้างว่าดินแดน​เป็น​ของตน​โดย​ไม่​ตระหนัก​ถึง​ประวัติศาสตร์ข้อนี้​จึง​เป็น​ปัญหายาก​จะ​แก้​ให้​ตกตามใจฝ่าย​ใด​ฝ่ายหนึ่ง​ ​เพราะ​ทุกฝ่าย​สามารถ​หา​เหตุผลครึ่งๆ​ ​กลางๆ​ ​มา​เข้า​ข้างตนเอง​ได้​ทั้ง​นั้น​ ​หากลามปามต่อไปก็​ต้อง​ตัดสิน​ด้วย​การ​ใช้​กำ​ลัง​ ​ตายไป​เป็น​ร้อย​เป็น​พันก็คงแก้​ไม่​ตก​อยู่​ดี

ใน​เมื่อเขตแดนสมัย​ใหม่​เป็น​ระ​เบิดเวลาของ​ความ​ขัดแย้งรุนแรงเช่นนี้​ ​รัฐสมัย​ใหม่​ที่​ต้อง​การ​อยู่​ร่วม​กัน​อย่างสันติ​จึง​ใช้​โต๊ะ​เจรจา​ ​สนธิสัญญา​ ​แผนที่

หากทะ​เลาะ​กัน​มากก็อาศัยคำ​พิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประ​เทศ​เป็น​ข้อยุติ​ความ​ขัดแย้งเพื่อ​ให้​รัฐสมัย​ใหม่​อยู่​ร่วม​กัน​ได้

3.

ขตแดนบริ​เวณ​เขา​พระวิหาร​ ​อาศัยคำ​ตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประ​เทศเมื่อปี​ 2505 ​เป็น​ข้อยุติ​ ​เพราะ​มิฉะ​นั้น​อีกหนทางที่​จะ​ตัดสิน​ได้​ชั่วคราวคือ​ ​กำ​ลังทหาร​ ​และ​ชีวิตอีก​ไม่​รู้​เท่า​ไร​ต้อง​สูญเสียเพื่อชัยชนะ​เพียงชั่วคราว

ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์​ใดๆ​ ​ก็​ไม่​มีทาง​เป็น​คำ​ตอบสิ้นสุดสมบูรณ์​ใน​กรณีนี้​ ​(​ความ​เข้า​ใจที่ว่า​ ​สันปันน้ำ​เป็น​มาตรการแบ่งเขตแดนที่ดีที่สุดเสมอ​เป็น​ความ​เข้า​ใจผิดๆ​ ​ตื้นเขิน​และ​ไม่​รับผิดชอบ​ ​ตลอดแนวพรมแดนของประ​เทศไทย​ ​เขตแดนหลายแห่ง​ไม่​ได้​แบ่ง​ด้วย​แนวสันปันน้ำ​ ​และ​หากเอาสันปันน้ำ​เป็น​เกณฑ์​ทั่ว​ไป​ ​ประ​เทศไทยคง​ต้อง​เสียดินแดนอีกหลายแห่ง​ ​ซึ่ง​ทุกวันนี้​เป็น​ของไทย​ด้วย​เกณฑ์​อื่น​ ​นับรวม​กัน​อาจมากกว่าดินแดน​เขา​พระวิหารมากนัก​ – ​เอาอย่าง​นั้น​ไหมล่ะ​?)

กรณีปราสาท​เขา​พระวิหาร​เป็น​มรดกโลก​นั้น​ ​หาก​เป็น​แค่​ความ​ถูกผิดทางปฏิบัติก็​ยัง​น่า​จะ​หาทางออก​ได้​ ​คือ​ ​ระหว่างแผนที่​ – ​แผนผังกระบวนการขออนุมัติ​ ​ลงนาม​ ​ทำ​สัญญาร่วม​ ​การแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน​ ​ฯลฯ​ ​แต่ขณะนี้​ได้​เลยเถิดเกินกว่า​ความ​ถูกผิด​ใน​ทางปฏิบัติ​เหล่านี้​ไปมาก​แล้ว

คือ​ ​เกิดการฉวย​ใช้​กรณีนี้​เพื่อปลุกระดมโมหะของคนไทยว่าปราสาท​เป็น​ของไทย​ ​และ​ประ​เทศไทยควรเอาปราสาทคืนมา​เป็น​ของไทย

ผู้​นำ​พรรคการเมืองพูดเช่นนี้ชัดๆ​ ​ผู้​นำ​พันธมิตรหลายคนพูดเช่นนี้ชัดๆ​หลายครั้ง​ ​ผู้​มีชื่อเสียงหลายคน​ใน​สังคมไทยออกมาพูดเช่นนี้ชัดๆ​ ​ปลุก​ความ​เชื่อผิดๆ​ ​และ​อันตราย​ ​ปลุกชาตินิยมเพ้อเจ้ออย่าง​ไม่​รับผิดชอบ

เราควรเคารพข้อยุติที่ศาลยุติธรรมระหว่างประ​เทศวาง​ไว้​ ​เพราะ​กล่าวอย่าง​ถึง​ที่สุด​ ​ประ​เทศไทย​ไม่​มีข้ออ้าง​ใดๆ​ ​ที่ดี​ไปกว่ากัมพูชา​ใน​เรื่องนี้​ ​ถึง​จะ​รื้อฟื้นขึ้นมาก็คง​ไม่​ชนะ​ ​เว้นเสียแต่​จะ​ส่งทหารไปตายเพื่อชัยชนะชั่วคราว

4.

ความ​คิด​ความ​เชื่อเรื่อง​ “การเสียดินแดน” ​แพร่หลาย​ใน​หมู่นักชาตินิยมขาดสติ​ทั้ง​หลาย​ใน​ภูมิภาคนี้​ ​(​และ​อีกหลายแห่ง​ใน​โลก)

นักชาตินิยมลาวเคยพูดว่า​ ​ลาวเสียฝั่งขวาน้ำ​โขง​ (คือภาคอีสานของไทยปัจจุบัน) ​ให้​แก่สยาม​ ​นักชาตินิยมเขมร​ยัง​โฆษณา​อยู่​จนทุกวันนี้ว่า​ ​กัมพูชา​เสียดินแดน​ให้​ไทย​และ​เวียดนามไปมากมาย​ ​สงครามระหว่างกัมพูชา​-​เวียดนามยุคเขมรแดงก็​เพื่อเอาดินแดนเขมรบริ​เวณที่ราบลุ่มปากน้ำ​โขงคืนมานั่นเอง

นักชาตินิยมกัมพูชา​ยัง​คงผลิตแผนที่การเสียดินแดนของกัมพูชา​เผยแพร่​แก่ชาวเขมร​ให้​คิดเจ็บ​แค้น​ว่า​ไทย​และ​เวียดนามเอาดินแดนของ​เขา​ไป

นักชาตินิยมไทยผลิตแผนที่​ไทยเสียดินแดนเช่น​กัน​ ​ทั้ง​แผนที่​และ​ประวัติศาสตร์การเสียดินแดน​ยัง​เป็น​เรื่องสำ​คัญ​ใน​หลักสูตรอบรมสั่งสอนคนไทยตลอดมาหลายชั่วคน​ ​อยู่​ใน​สมองของคนไทย​ทั้ง​ประ​เทศจน​ไม่​เคยสงสัยเลยสักนิดว่า​ ​การเสียดินแดน​เป็น​แค่การตี​ความ​ประวัติศาสตร์​เข้า​ข้างตัวเองของนักชาตินิยมไทย

การเสียดินแดน​ ​ยัง​เป็น​ประวัติศาสตร์ที่​เชื่อ​กัน​อย่างหัวปักหัวปำ​ใน​อีกหลายประ​เทศ​ ​รวม​ทั้ง​จีน​ ​เวียดนาม​ ​ปากีสถาน​ ​ฯลฯ​ ​เสียดินแดน​กัน​ทั้ง​นั้น​ ​เพราะ​ประวัติศาสตร์ฝ่ายตัวเองเขียน​ไว้​อย่าง​นั้น

เพราะ​ความ​คิดเรื่องการเสียดินแดน​เป็น​เครื่องมือทางอุดมการณ์อันทรงพลังเพื่อปลุกเร้าค้ำ​จุนลัทธิชาตินิยม​ ​โดย​เฉพาะอย่างยิ่งเพื่อ​เป็น​เครื่องมือสำ​หรับการต่อสู้ทางการเมืองภาย​ใน​ประ​เทศ​ ​ครา​ใด​ที่การปลุกระดมเรื่องการเสียดินแดนนำ​ไปสู่การสู้รบแย่งชิงดินแดนจริงๆ​ ​ความ​หายนะสูงมากทุกครั้ง

แต่​แทบ​ไม่​มีสักกรณี​เดียวที่นักชาตินิยม​ผู้​จุดกระ​แสการเสียดินแดน​จะ​ไปออกรบ​ใน​แนวหน้า​เพื่อเอาดินแดนคืนมา

5.

ลัทธิชาตินิยมของไทย​ ​อยู่​บนฐาน​ความ​เชื่อสำ​คัญๆ​ ​จำ​นวนหนึ่งที่มีพลังก่อ​ให้​เกิดโทสะ​และ​โมหะ​ได้​ง่ายมาก​ ​ทั้งๆ​ ​ที่อาจ​จะ​ไม่​เป็น​ความ​จริงทางประวัติศาสตร์​ ​หรือ​เป็น​ประวัติศาสตร์​แบบทึกทัก​เข้า​ข้างตัวเอง

แต่คนไทยก็​เชื่อ​กัน​อย่างหัวปักหัวปำ

ความ​เชื่อเรื่องการเสียดินแดน​เป็น​หนึ่ง​ใน​เรื่องพรรค์​นั้น​ ​ความ​เชื่อนี้​เป็น​ปัจจัยสำ​คัญ​ใน​การสร้าง​ความ​ทรงจำ​ผิดๆ​ ​ของประวัติศาสตร์​ไทย​ทั้ง​หมด​ ​แต่​ความ​เชื่อเรื่องนี้​เป็น​ปัจจัยที่จำ​เป็น​มาก​ ​เพื่อค้ำ​จุนลัทธิชาตินิยมของไทย

ถ้า​ไม่​มี​ความ​เชื่อเรื่องเสียดินแดน​ ​ลัทธิชาตินิยมไทยอาจพังครืน​ ​จึง​จำ​เป็น​ต้อง​กรอกหัวประชากร​ด้วย​ความ​ทรงจำ​ผิดๆ​ ​ทำ​บ่อยๆ​ ​มากๆ​ ​จนประชากรเชื่อว่า​เป็น​เรื่องจริงอย่าง​ไม่​ต้อง​สงสัยไร้ข้อโต้​แย้ง

6.

“​ไฟ” ​ของลัทธิชาตินิยม​ยัง​คงอันตรายดังที่​เป็น​มาตลอด

ยัง​คง​เป็น​อาวุธที่น่ากลัว​ใน​การเมืองไทย​ใน​ปัจจุบัน​ ​ไม่​ต่าง​จาก​ที่​เป็น​มาตลอด

พันธมิตร​และ​สื่อมวลชนที่มี​แต่​ความ​รักชาติ​แต่ขาดสติปัญญา​ ​กำ​ลังทำ​สิ่งเดียว​กัน​กับ​ที่พวก​เขา​เคยประณามชาวเขมรเมื่อคราวนักชาตินิยมเขมรปลุกกระ​แสต่อต้านประ​เทศไทยเมื่อปี​ 2548

ชาตินิยมก็​เหมือน​กับ​ไฟ​ ​เรา​ไม่​ควรเล่น​กับ​มัน​เพราะ​อันตราย​ ​หากสุม​กัน​เข้า​ไปจนควบคุม​ไม่​ได้​ ​กว่า​จะ​รู้ตัวก็มัก​จะ​สายเสีย​แล้ว

(บางคน​ช่วย​สุมไฟชาตินิยมจนคุ​โชน​ ​กล่าวว่าคนไทย​ยัง​ชาตินิยม​ไม่​พอ​ ​ประวัติศาสตร์​ไทย​ยัง​ชาตินิยม​ไม่​พอ​ ​แล้ว​ตบท้ายว่า​ “​แต่​ต้อง​สันตินะ​ ​สันตินะ​” ​นับ​เป็น​การปัด​ความ​รับผิดชอบล่วงหน้าอย่างน่าสมเพช​ใน​กรณีที่​ไฟชาตินิยมลุกลามปามเกินควบคุม​ได้)

“​ไฟ” ​ชาตินิยม​ ​เป็น​บ่อเกิดของโทสะ​ ​โมหะ​ ​ตามคำ​สอนของพุทธศาสนา​ ​เป็น​ไฟของอวิชชาชนิดร้ายแรงที่สุดอย่างหนึ่ง

7.

อย่า​เล่น​กับ​ไฟอย่างไร้​ความ​รับผิดชอบ​ ​หาก​ไม่​กล้านำ​หน้าออกไปรบ​ ​ก็อย่าสุมไฟ

หากพวกชาตินิยมไร้สติ​ ​ต้อง​การเอา​เขตแดนที่มีปัญหา​ทั้ง​หลายมา​เป็น​ของไทย​ ​มี​เขตแดนอีกนับร้อยแห่ง​ให้​เลือกที่​จะ​ส่งทหารไปตาย​ ​แต่ลงท้ายรับรอง​ได้​เลยว่า​ไม่​มีทางยุติข้อขัดแย้ง​ได้​ด้วย​กำ​ลังทหาร

ยัง​จำ​กรณีพิพาทไทย​-​ลาว​ ​เมื่อต้นปี​ 2531 ​เพื่อยึดเนิน​ 1428 ​ได้​หรือ​ไม่​? ​เนิน​เขา​ที่​แทบ​ไม่​มี​ผู้​คนอาศัย​อยู่​และ​เป็น​ที่รู้จัก​ด้วย​ตัวเลขบนแผนที่ทหาร​เป็น​เหตุ​ให้​ไทยสูญเสียทหารไปหลายร้อยคน

ยัง​จำ​กัน​ได้​หรือ​ไม่​?

กรณี​นั้น​กลาย​เป็น​เรื่องเล่าขานต่อมา​ใน​ประ​เด็นเรื่อง​ความ​สามารถ​ของ​ผู้​นำ​ทหารของไทย​และ​ผลประ​โยชน์ป่า​ไม้ที่​เป็น​ชนวน​ให้​สองฝ่ายแย่งชิง​กัน​ ​รากเหง้าของปัญหา​เขตแดนกลับ​ไม่​มีคนพูด​ถึง

รากเหง้าของปัญหา​เขตแดนกรณี​นั้น​มา​จาก​สนธิสัญญา​ไทย​-​ฝรั่งเศส​ 1907 ​ที่พยายามขีดเส้นบนพื้นที่ที่​ไม่​เคยมี​เส้นเขตแดนชัดเจนมาก่อน​ ​ประชาชนแถว​นั้น​ก็ปะปนผูกพัน​กัน​จนแยก​ไม่​ได้​ว่าตรงไหนไทยตรงไหนลาว​ ​แถม​ยัง​ทำ​สนธิสัญญาก่อนการสำ​รวจพื้นที่ภูมิประ​เทศอย่างละ​เอียด​ ​ชื่อลำ​น้ำ​สัน​เขา​ตามสนธิสัญญา​กับ​ชื่อท้องถิ่น​จึง​ลักลั่น​กัน​แต่ต้น

ต่อมา​ใน​กรณีพิพาท​นั้น​ ​ลาว​กับ​ไทยอ้างแผนที่คนละ​ฉบับ​ ​จาก​การสำ​รวจที่กระทำ​ต่าง​กัน​ 60-70 ​ปี​ (เรื่องตลกคือฝ่ายไทยอ้างแผนที่ฝรั่งเศสประกอบสนธิสัญญา​ 1907 ​ที่คนไทย​ไม่​ยอมรับ​และ​เกลียดนักหนา​ ​ส่วน​ฝ่ายลาวอ้างแผนที่อเมริ​กัน​ซึ่ง​ทำ​ขึ้นช่วงสงครามถล่มเวียดนาม​ ​ลาว​ ​และ​กัมพูชา) ​ระหว่าง​นั้น​ ​ลำ​น้ำ​เล็กๆ​ ​ที่​เป็น​เส้นแบ่งเขตแดนก็​เปลี่ยนไป​ทั้ง​ชื่อท้องถิ่น​และ​แนวลำ​น้ำ​ ​กล่าวคือ​ ​แนวลำ​น้ำ​เดิมแห้งขอดไป​ ​แต่​เกิดแนวลำ​น้ำ​ใหม่​ชื่อ​ใหม่​ที่​ไม่​เคยมี​อยู่​ใน​แผนที่​ฉบับ​เก่า​ ​ชื่อลำ​น้ำ​สายเดิมที่​เป็น​เส้นเขตแดนตามแผนที่​เก่า​จึง​เลอะ​เลือนไป​จาก​ความ​ทรงจำ​ของท้องถิ่น​ ​แนวลำ​น้ำ​ที่​เปลี่ยนไปย่อมหมาย​ความ​ว่าสันปันน้ำ​เปลี่ยนไป​ด้วย​ ​หากถือตามแผนที่คนละ​ฉบับ​ที่ทำ​กัน​คนละ​เวลา​ ​เนินที่​เคยนับว่า​อยู่​ใน​แนวเขตแดนของประ​เทศหนึ่งก็กลับย้ายไป​อยู่​ใน​แนวเขตแดนของอีกประ​เทศหนึ่งแทน

แม้​แต่ชื่อของลำ​น้ำ​ตามที่ปรากฏ​ใน​หนังสือพิมพ์ของไทยก็​ยัง​ผิดๆ​ ​ตลอดระยะกรณีพิพาท​ ​เพราะ​อักษรโรมัน​ใน​แผนที่​เก่าถูกทับ​ด้วย​เส้น​ contour lines ​ครั้นอ่านอย่างมักง่ายเอาสะดวก​ ​ไม่​มีการตรวจสอบ​ ​จึง​กลาย​เป็น​ชื่อ​ใหม่​ที่อาจก่อ​ให้​เกิดการทะ​เลาะ​กัน​ใหม่​ได้​ใน​อนาคต

ทหารของสองประ​เทศตายไป​เป็น​พันคน​ ​เพื่ออะ​ไร​?

ตอบ

1.​เพื่อสนองโลภะ​ความ​กระหายผลประ​โยชน์ที่ทหาร​ผู้​เสียชีวิต​ไม่​มี​ส่วน​ได้​ด้วย​สักนิด

2.​เพื่อสนองชาตินิยมที่พอกพูน​ด้วย​โทสะ​และ​โมหะจนไร้สติ​ ​ไม่​ไตร่ตรองปัญหา​จาก​ประวัติศาสตร์​ ​ไม่​รู้จักธรรมชาติของพื้นที่​และ​ไม่​สนใจหา​ความ​รู้ท้องถิ่น

3.​เพื่อหวังเปลี่ยนชาตินิยมเบาปัญญาที่​ไม่​มีปัญญาพอที่​จะ​เอาชนะ​แม้กระทั่งเส้น​ contour lines ​บนแผนที่​ ​ให้​กลาย​เป็น​ชัยชนะอันน่าภาคภูมิ​ใจของชาติ

โศกนาฏกรรมอัน​เนื่อง​มา​จาก​ชาตินิยมเบาปัญญา​ใน​เรื่องเขตแดนเคยเกิดมา​แล้ว​ ​จะ​ให้​เกิดอีกร้อยครั้งก็​ได้​ ​ไร้สาระยิ่งกว่ากรณี​เนิน​ 1428 ​ก็​ได้

แต่​จะ​ให้​เกิดอีกแม้​แต่ครั้งเดียวเพื่อสนอง​ความ​เบาปัญญาของนักชาตินิยมทำ​ไม​กัน​?

8.

การ​ใช้​ปราสาท​เขา​พระวิหารเพื่อปลุกชาตินิยมอาจนำ​ไปสู่​โศกนาฏกรรมที่​เลวร้ายกว่าคราวก่อนๆ

Leave a Reply